ขอเล่า case study ประกันตัวต่างๆที่น่าสนใจ

วันนี้จะมาเล่า case study ประกันตัวต่างๆที่น่าสนใจ ซึ่งในหลายคดีเราบอกว่ามันไม่น่าจะเกิดขึ้นมาเลย

ยกตัวอย่างเช่น
กรณีที่ 1 เมื่อเพื่อนท่านเดือดร้อนหรือมีปัญหาทะเลาะกัน มักจะชวนเราไปเป็นเพื่อนเพื่อช่วยกันเคลียร์ด้วย เมื่อการพูดคุยกับฝ่ายตรงข้าม ไม่ประสบผลสำเร็จอาจจะเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันและเมื่อมีการชุลมุนตะลุมบอนเกิดขึ้นเราในฐานะเป็นเพื่อนเกิดปัญหาได้ เมื่อมีการทำร้ายร่างกายบาดเจ็บหรือมีคนถึงตายเรานั้นก็เป็นส่วนหนึ่งหรือเป็นส่วนร่วมในการกระทำความผิดครั้งนี้ ทั้งที่เรื่องก่อเหตุตอนเริ่มต้นนั้น เราไม่ได้รู้เรื่องเลย

 

กรณีที่ 2 หรืออีกกรณีเราเป็นเจ้าหนี้ไปทวงเงินลูกหนี้ แล้วลูกหนี้ไม่จ่ายเราเกิดความโกรธ เพราะลูกนี้ของเรามันมั่วเหลือเกินไม่ยอมจ่ายหนี้เรา เราก็โพสต์ด่าประจานใน Facebook ว่าไอ้ลูกหนี้เรานี่มันนิสัยไม่ดี เงินเป็นหนี้เราแค่นี้ไม่ยอมจ่ายแต่ตัวเวลาใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายไปเที่ยวยังมีปัญญาไป ต้องดูดีๆระวังมันจะเข้าองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณานะครับ

 

แต่อย่างไรเสียเมื่อท่านเป็นผู้ต้องหาแล้วก็ต้องมีการประกันตัวเกิดขึ้นมันไม่มีทางเลือกอื่นเพราะมันเป็นกระบวนการทางกฎหมาย ถูกผิดอย่างไรเดี๋ยวไปทำคำให้การแก้ตัวกันในชั้นศาลนู่น ซึ่งต้องใช้ทนายความเป็นผู้ดำเนินการให้

 

นี่คือสิ่งที่อยากบอกว่าอย่าตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยโดยไม่จำเป็นหากมันจำเป็นจะต้องเป็นก็ไม่เป็นไรในเมื่อมันเลือกไม่ได้แต่นี่มันพอที่จะมีสิทธิ์เลือกได้

แน่นอนแล้วถ้าเป็นผู้ต้องหาเงินที่ต้องใช้ก็ต้องแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ
1.เงินค่าหลักทรัพย์ประกันตัวที่ต้องใช้แน่นอน
2.เงินค่าทนายความสำหรับช่วยดำเนินคดีดำเนินกระบวนพิจารณาต่างๆจนเสร็จสิ้น โดยเฉพาะหากเรานั้นสู้คดี

 

จึงบอกว่าเมื่อมีคดีเกิดขึ้นนอกจากจะตกเป็นจำเลยหรือผู้ต้องหาแล้ว แน่นอนคือถ้าจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เตรียมเงินไว้ได้เลยจริงๆ

 

จากที่ยกตัวอย่างมาง่ายๆ จะเห็นว่าบางครั้งคนเราก็มีคดีความได้อย่างที่คิดไม่ถึง อาจด้วยอารมณ์ชั่ววูบหรือด้วยวิธีคิดแก้ปัญหาแบบเร่งด่วนคือคิดเองเออเอง  ไม่ได้ปรึกษาผู้รู้ หรือไม่ได้ปรึกษากับนักกฎหมาย หรือไม่ได้ฉุกคิดเรื่องกฎหมายว่าเออเราจะโดนกลับยังไงบ้าง

ยุคนี้ต้องคิดนะครับเพราะคนไม่ยอมคน แต่ละคนก็จ้องจะใช้สิทธิ์ของตัวเองอาจจะใช้เกินส่วนด้วยซ้ำ ต้องระวัง